หมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์: การทดลองของลาวัวซิเยร์
ก่อนกลางคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้คนทั่วไปเชื่อว่าอากาศเป็น "ธาตุ" เดี่ยว ๆ นักเคมีผู้ยิ่งใหญ่ลาวัวซิเยร์ (A.-L. Lavoisier) ได้ล้มล้างความเชื่อนี้อย่างสิ้นเชิงด้วยการชั่งตวงวัดอย่างแม่นยำและตรรกะอันชาญฉลาด
ลาวัวซิเยร์ให้ความร้อนแก่ปรอทในภาชนะคอโค้งที่ปิดสนิทอย่างต่อเนื่องนาน 12 วัน เขาพบว่าผิวปรอทสีเงินขาวเกิดผงสีแดง (เมอร์คิวริกออกไซด์) และระดับของเหลวในกรวยแก้วเพิ่มขึ้นประมาณ 1/5 วิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณแบบ "ใช้ตาชั่งแทนสายตา" นี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นว่าอากาศเป็นสารผสมเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดกำเนิดของเคมีสมัยใหม่อีกด้วย สมการปฏิกิริยาหลักคือ:
$$\text{เมอร์คิวริกออกไซด์} \xrightarrow{\text{ให้ความร้อน}} \text{ปรอท} + \text{ออกซิเจน}$$
"การขับร้องคู่" ของไนโตรเจนและออกซิเจน
ลาวัวซิเยร์ยืนยันในที่สุดว่าอากาศประกอบด้วยออกซิเจน(ซึ่งช่วยหายใจและการเผาไหม้) และไนโตรเจน(ซึ่งไม่ช่วยในการเผาไหม้) ประมาณ 4/5 ของปริมาตร การค้นพบนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าเคมีได้ก้าวจาการคาดเดาแบบเล่นแร่แปรธาตุไปสู่วิทยาศาสตร์ที่แม่นยำเชิงปริมาณ